เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นสัจธรรมที่สิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ต้องประสบ ไม่ว่าจะาญฉลาดอย่างมนุษย์ เล็กกระจ้อยอย่างหนูหรือมหึมาอย่างปลาวาฬ แต่ทราบไหมครับว่าในโลกเรายังมีสัตว์ที่อาจไม่ต้องเวียนว่ายอยู่ในสังสารวัฏแห่งชีวิต และมันก็เป็นอะไรที่เล็กกระจิดเกินกว่าที่มนุษย์จะคิดว่าคู่ควรแก่อายุอมตะด้วยซ้ำ
 
ชื่อของผู้อมตะคือแมงกะพรุนขนาดจิ๋วชื่อ Turritopsis nutricula
 
ชวนนึกถึงนิยายของ H.P. Lovecraft "That is not dead which can eternal lie, And with strange aeons death may die"
 
"In his house at R'lyeh, dead Cthulhu waits dreaming"
 
ในขณะที่แมงกะพรุนทั่วไปมีชีวิตจำกัดและตายหลังจากผสมพันธุ์ไม่นาน เจ้า Turritopsis nutricula ขนาดตัวประมาณ  5mm จะมีกลไกภายในเซลล์ที่เรียกว่า transdifferentiation ซึ่งปกติจะเห็นเฉพาะในอวัยวะซึ่งซ่อมแซมตัวเองได้อย่างตับมนุษย์ แต่ในแมงกะพรุนอมตะกลไกนี้สามารถทำให้ร่างกายมันไม่แก่ไปตามปกติ หากพอถึงวัยผสมพันธุ์ปุ๊บมันจะถอยหลังกลับไปอยู่ในสภาพตัวอ่อนอีกครั้ง เหมือนกับตา Benjamin Button ยังไงยังงั้นเลยละครับ

เท่าที่เราทราบตอนนี้คือ Turritopsis nutricula สามารถเดินวงจรอายุจากเด็กไปแก่แล้วย้อนกลับมาเป็นเด็กได้อย่างไม่จำกัด เท่ากับว่ามันเป็นอมตะ แก่ได้แต่ไม่มีวันตายกเว้นจะถูกกินหรือทำร้าย! ปัญหาตอนนี้คือเจ้าสัตว์อมตะกำลังบุกรุกท้องทะเลหลายส่วนโดยเกาะไปกับท้องเรือเดินสมุทร ความอมตะยิ่งทำให้การนักวิทยาศาสตร์กังวลกับปัญหาการควบคุมประชากรซึ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
 
แต่ในวิกฤติย่อมมีโอกาส นักสมุทรวิทยาและนักพันธุกรรมศาสตร์เริ่มให้การสนใจกับ Turritopsis nutricula โดยเฉพาะกลไกการย้อนวัยของมัน สักวันเราอาจดัดแปลงความรู้นี้ไปใช้ในแขนงอื่นๆก็ได้
 
มนุษย์ที่อยากเป็นอมตะหรือขึ้นสวรรค์ไปเป็นอมตะ ป่านนี้แมงกะพรุนมันคงหัวเราะเยาะท้องแข็งเพราะเขาวิวัฒนาการได้ก่อนเรามาเป็นล้านปีแล้ว ความอมตะเดียวที่มนุษย์ทำได้แตกต่างจากสัตว์อยู่ในมรดกแห่งการใช้ชีวิต ไม่ใช่วงจรชีวิต เกิด แก่ เจ็บ ตาย
 
ปล. ส่วนตัวผมไม่ชอบความเป็นอมตะเท่าไหร่ ชีวิตตลอดกาลช่วงแรกอาจจะสนุกสนาน แต่เมื่อร้อยปี พันปี หมื่นๆปีผ่านไปอะไรมันก็คงน่าเบื่อ และสิ่งที่เคยทำให้เรามีความุสขก็คงกลับมาหลอกหลอนเราด้วยความสุขอันว่างเปล่าของมัน สู้สนุกกับวันนี้ดีกว่าเนาะ
 
http://news.nationalgeographic.com/news/2009/01/090130-immortal-jellyfish-swarm.html

Comment

Comment:

Tweet

#91 By (14.207.152.69|14.207.152.69) on 2015-01-02 01:37

ต่อพวกที่คิดว่าอมะตะไม่ดีก็ตายๆไปหายไปจากโลกนี้ คุณคิดว่าพระเจ้ามีจริงหรอไอพวกที่พูดว่าเป็นอมะตะเบื่อทนเห็นคนที่ตายไม่ได้ผมจะบอกให้ว่าทุกๆคนก็ต้องผ่านเเหดการคนที่รักตายเหมือนกันหมดแต่ไอพวกที่ทนไม่ไดคืใช้ชีวิตไม่เป็นอย่างน้อยถ้าเป็นอมะตะก็ยังจดจำคนที่รักไว้ได้อย่ายึดติดกับสิ่งที่จับต้องไม่ได้คิดว่าสนุกกับ. กับการอยู่ตรอดการได้เห็นโลกเปรี่ยนดีกว่าหายไปให้คนรุ่นหรังที่รักเราเป็นทุกลองคิดดูว่าถ้าเราตายก่นใครที่รักเราอย่างสุดหัวใจเขาจะเสียใจเเค่ไหนจบปะพระเจ้าไม่มีจริงตายไปก็ตายป่าวopen-mounthed smile

#90 By Ngernyuan (171.5.251.222|171.5.251.222) on 2014-10-20 22:15

ผมไม่เห็นด้วยกับคนที่คิดว่าอมะตะไม่ดีถ้าอมะตะหมายถึงการที่เราจะจดจำคนที่เรารักได้ตรอดผมก็ยอมเพื่อที่จะได้เหรือตัวตนของคนที่เรารักถึงจะเบื่อหรือต้องอยู่ตัวคนเดียวเเต่ถ้าเรายังจำคนที่เรารักไว้ได้ผมยอมทุกอย่างลองคิดดูว่าถ้่พระเจ้าไม่มีจริงไม่มีการเกิดไห่มไม่มีวิณณานการตายคืการจบเหมือนของหย่งนึงพังเเลวไม่มีวันได้กรับมาคือการหายไปถ้าวิณญานมีจริงก็ยอมเป็นวินญานดีกว่าต้องรืมคนที่เรารักไป. ผมยอมเป็นอมะตะเเล้วเบื่อหรือต้องอยู่ตัวคนเดียวดีกว่าต้องลืมคนที่รักคุณคิดว่าสิ่งที่เรียกว่าพระเจ้าจะมีจริงถ้าพระเจ้าเป็นคนสร้างคนเเล้วใครสร้างพระเจ้าเราไม่มีทางรู้ สู้เชื่อในสิ่งที่เห็นที่จับต้องได้ดีกว่า

#89 By Ngernyuan (171.5.251.222|171.5.251.222) on 2014-10-20 21:59

อมตะ ตอแรกๆ ก็ดีอยู่หรอก พอนานๆ เข้า คนที่เรารู้จัก ก็ต้องตายหมด สุดท้ายเหลือ เราคนเดียว คง เหงาพิลึก

#88 By Form (103.7.57.18|125.27.241.79) on 2013-04-11 00:07

มีหลายความเห็นที่เป็นพวก"อิน"กับนิยาย
เอาประโยคหรือแง่คิดจากในนิยายมาโพส
ทุเรศว่ะ โครตสร้างภาพเลย
ทำเป็นพูดว่าตัวเองไม่อยากเป็นอมตะ ทนไม่ได้ที่ต้องเห็นคนรักจากไป ไม่อยากอยู่คนเดียว
เชื่อเด่ะ พอใกล้ตายขึ้นมาจริงๆ ก็มาร้องห่มร้องไห้แล้วปากก็พล่ามว่า ยังไม่อยากตายๆๆๆๆๆๆ ทั้งนั้นแหละวะ ก็ถ้าเอ็งไม่อยากเป็นอมตะ ซักวันเอ็งก็ต้องตาย แล้วในเมื่อถ้าเอ็งต้องตายแล้วเอ็งจะเดือดร้อนอะไร

#87 By -*- (103.7.57.18|223.204.230.212) on 2013-03-12 16:47

พวกที่บอกว่าเป็นอมตะแล้วไม่ดีแปลว่าคุณใช้ชีวิต"ไม่เป็น"เอาซะเลย
เพราะคุณมัวแต่ยืดติดกับบางสิ่งบางอย่างมากเกินไป
ไปยืดติดกับคนสำคัญของคุณ เช่น พ่อแม่คุณของหรือคนรักมากเกินไป จนกลายเป็นความทรมานอย่างรุนแรงในเวลาที่คุณไม่มีเค้าเหล่านั้น
หรือบางคนเอาแต่พึ่งพาคนอื่นอยู่ตลอดเวลา ทำให้รู้สึกว่าไม่สามารถอยู่คนเดียวได้ คนพวกนี้ พอเจอความโดดเดี่ยวเข้ามาเล่นงาน ก็ทนไม่ได้จนต้องฆ่าตัวตายโง่ๆ
ยิ่งไอ้พวกที่บอกว่าเป็นอมตะ ก็ไม่รู้จะอยู่ไปเพื่ออะไร แสดงว่าคุณไม่รู้จักคิดที่จะทำชีวิตของคุณให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองหรือส่วนรวมเลย
แบบนี้ไม่ต้องคิดเรื่องอมตะหรอก ชีวิตที่เหลืออยู่ของคุณก็คงจะมากเกินไปสำหรับคุณด้วยซ้ำ
แต่คุณถ้ากลัวว่าถ้าเป็นอมตะ แล้วต้องทรมานกับโรคร้ายไปตลอดชีวิตหรือต้องโดนขังอยู่ในที่ใดที่หนึ่งไปตลอดกาล อันนี้ก็ว่าไปอย่าง ไม่มีใครอยากเป็น
ใครจะว่ายังไงก็ช่าง แต่ผมก็อยากเป็นอมตะ(ในสภาพที่อยู่ในวัยหนุ่มแข็งแรง ปราศจากโรคภัย)
คุณอาจจะมีปัญหาบ้าง กับการที่ต้องปิดบังชีวิตอมตะของคุณ แต่มันจะไม่เป็นปัญหามากมาย ถ้าคุณไม่ยืดติดกับใครหรืออะไรมากเกินไป
มีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ชีวิตปกติไม่สามารถทำได้ แต่ชีวิตอมตะทำได้ เท่าที่นึกออกก็คือ คุณไม่ต้องกลัวเสียเวลาที่จะลองทำบางสิ่งหรือเรียนรู้บางสิ่ง ไม่ต้องกังวล ถ้าสิ่งนั้นมันไม่ประสบความสำเร็จหรือมันไม่ใช่สำหรับคุณ

#86 By Immortal (103.7.57.18|223.204.230.212) on 2013-03-12 15:44

ไม่ครับผมชอบอยู่คนเดียวอยู่แล้ว
เราเป็นอมตะเราก็ทำตัวให้มีประโยชน์ซิ

#85 By KoNg (103.7.57.18|118.174.14.169) on 2012-10-05 11:51

ถ้าทำให้กลับกลายเป้นเด็กได้ มนุษย์ก็จะล้นโลก และมันจะใช้กับมนุย์ได้เหรอ มนุษย์ มีเซลล์มากกว่ามันหลายเท่า มีคนคิดที่จะ เอาจิตวิญยาณมนุษย์เข้าไปในคอม และเปลี่ยนเป้นโฮโลแกรม เดินทางด้วยความเร็วแสงและ ทะลุกำแพงได้

#84 By DarkDragon (103.7.57.18|118.172.82.33) on 2012-05-09 13:18

วิวัฒนาการ จะเปลี่ยนจากรุ่นหนึ่งไปรุ่นหนึ่ง ถ้าคุณเป็นอมตะสักล้านปี จะยอมรับสภาพที่มนุษย์อนาคตมีสภาพไม่เหมือนเราได้รึเปล่า มนุษย์อนาคตอาจมองเราเป็นแค่สัตว ที่สติปัญญาด้อยกว่า รูปร่างเตี้ยกว